”เชลซี”

”เชลซี” เปิดบ้านสนาม ”แสตนฟอร์ด บริดจ์”ต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน ทีมไก่เดือยทอง”ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส”ถือเป็นลอนดอนดาร์บี้แมทช์อีกครั้ง ผลปรากฏว่าเมื่อซัดกันครบ 90นาที เป็นทางด้านเจ้าบ้านที่บดขยี้เอาชนะ”สเปอร์ส”ไปได้ 2-0 เก็บเพิ่มอีกสามแต้มไล่กวดสองทีมนำ”แมนเชสเตอร์ ซิตี้”และ”ลิเวอร์พูล”ต่อไป ส่วนผู้แพ้หล่นไปอยู่ที่ 7

”เชลซี”

”เชลซี” เจ้าถิ่นรุกสามประสาน

       โดยนัดนี้ เจ้าถิ่นอย่า ”เชลซี” ภายใต้การนำของ”โทมัส ทูเคิ่ล”ส่ง”โรเมลู ลูกากู”,”ฮาคิม ซีเย็ค”และ”เมสัน เมาท์”เป็นสามประสานในแนวรุก ส่วนทีมเยือนของ”อันโตนิโอ คอนเต้”จอมเฮี้ยบชาวอิตาลี มี”แฮรี่ เคน”ยืนเป็นหน้าเป้า และใช้”ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก”,”ลูคัส มูร่า”ลงสนามล่าตาข่าย โดยยังคงไม่มีเกาหลีใต้อันตราย”ซน มิน-ฮง”ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บต่อไป

      ครึ่งแรก ทั้งคู่สู้กันได้สนุก ชนิดผลัดกันหาจังหวะส่องประตูเป็นระยะ ถึงนาทีที่ 40 …”แฮรี่ เคน”ส่งบอลเข้าประตูเจ้าถิ่นได้ แต่ถูกปฏิเสธจาก var เนื่องจากมีจังหวะฟาวล์ก่อนหน้า จบครึ่งแรกทั้งสองทีมจึงเสมอกันอยู่ที่ 0-0

      ครึ่งหลัง เจ้าบ้านปรับหมากลงมาได้ดี แค่เพียง 2 นาที “ฮาคิม ซีเย็ค”ก็ได้จังหวะปั่นโค้งด้วยเท้าซ้ายส่งบอลเข้าประตูทีมเยือนได้อย่างสวยงาม ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 เกมเดินทางมาถึงนาทีที่ 55 สิงห์บลูขยับหนีออกไปเป็น 2-0 จากการโหม่งลูกฟรีคิกของ”ติอาโก้ ซิลวา”ปราการหลังสุดเก๋าชาวบราซิล

ช่วงเวลาที่เหลือเกมเปิด ทั้งคู่สาดอาวุธแลกกันอย่างสนุกแต่ก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นอีก จบเกมเชลฺซีฝากรอยแผลให้”สเปอร์ส”ได้อีกครั้งด้วยชัยชนะ 2-0

”เชลซี”

     สรุปสถานการณ์ของทั้งสองทีมหลังจากจบศึกนัดนี้ ผู้ชนะ”เชลฺซี”ยังคงครองอันดับสามได้ต่อไป จากผลงานการลงเตะ 24 นัด ชนะ 13 เสมอ 8 แพ้ 3 ทำไปได้ 47 คะแนน โดยพวกเขายังคงตามหลังจ่าฝูง ทีมเรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้”ที่ลงเตะ 23 นัดมี 57 คะแนนอยู่ถึง 10 แต้มเต็ม โอกาสไล่เบียดแย่งแชมป์ยากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังตามหลังทีมอันดับสอง”ลิเวอร์พูล”ที่ลงเตะ 22 นัดมี 48 คะแนนอยู่ 1 แต้มอีกด้วย ส่วนผู้แพ้ เจ้าไก่เดือยทอง”สเปอร์ส”หล่นลงไปอยู่อันดับ 7 ด้วยผลงานการลงเตะ 20 นัดชนะ11 เสมอ 3 แพ้ 6 มีอยู่ 36 คะแนน ยังมีความหวังในการแย่งชิงอันดับ 4 เพื่อคว้าสิทธิไปเตะยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ ในฤดูกาลหน้าต่อไป

เด็กสิงห์ห้ามพลาด กดที่นี่